ชาวเน็ตนับหมื่นร่วมลงชื่อ ขับ ปิยบุตร พ้นอนาคตใหม่ ลั่นอันตรายต่อประเทศ

ปิยบุตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ change.org ได้มีการสร้างแคมเปญ ร่วมลงชื่อถอดถอน ปิยบุตร” ออกจาก ส.ส.อนาคตใหม่ โดยระบุว่า ร่วมลงชื่อถอดถอน ปิยบุตร ออกจาก ส.ส.อนาคตใหม่ เนี่องจากเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อประเทศร้ายแรง ไม่ควรมีบุคคลที่คิดจะล้มล้างสถาบันฯ อยู่ในระบบราชการของประเทศไทยเด็ดขาด #ถอดถอนปิยบุตร #อันตรายต่อประเทศ โดยพบว่า มีผู้ที่เข้าร่วมลงชื่อแล้วถึง 11,060 คน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ชี้แจงหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึง บทความและคลิปจากการเสวนาในฐานะนักวิชาการ ซึ่งมีการหยิบยกประวัติศาสตร์เรื่องสถาบันขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์

Read More

ว่าที่ ส.ส.อนาคตใหม่ ลงสัตยาบัน 5 ข้อ ลั่นขอสู้จนกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของปชช.(คลิป)

อนาคตใหม่

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ จ.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ จัดสัมมนาว่าที่ ส.ส. พร้อมมีพิธีลงนามคำประกาศสัตยาบันร่วมกัน สำหรับการเตรียมตัวทำงานในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป นายธนาธร เผยว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ตอนนี้มีราคาตลาดตามที่เป็นข่าวแล้ว 10 ล้าน ขึ้นไป แต่คำถามคือ เรามารวมกันที่นี่เพราะอยากมีอนาคตดีขึ้นของเราเพียงคนเดียวหรือเปล่า หรือเข้ามาเพราะว่าอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศดีขึ้น อนาคตที่ลูกหลานของทุกคนได้เรียนฟรีในโรงเรียนที่มีคุณภาพ อนาคตที่ทุกคนมีรัฐสวัสดิการที่ดีที่อนุญาตให้คนได้ลองผิดลองถูกในการใช้ชีวิต อนาคตที่บริการภาครัฐมีมาตรฐานเท่าเทียมกับสากล และถูกออกแบบเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ อนาคตที่คนต่างจังหวัดมีทางเลือกมากกว่างานภาคการเกษตร อนาคตที่ประเทศนี้ไม่ต้องเจอรัฐประหารอีก ขอถามว่าอนาคตแบบนี้ มีค่าพอจะไขว่คว้าหรือพอจะเสี่ยงชีวิตเพื่อมันหรือไม่ จากนั้น นายธนาธร ได้อ่านคำประกาศสัตยาบันของสมาชิกพรรที่เป็น ส.ส. ซึ่งระบุว่า ด้วยข้าพเจ้าตามรายชื่อท้ายคำประกาศนี้ เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 ขอให้สัตย์ปฏิญาณในการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ จะสนับสนุนชื่อบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามมติของพรรคอนาคตใหม่ และไม่เสนอชื่อหรือให้ความเห็นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด จะสนับสนุนและผลักดันการลบล้างผลพวงรัฐประหาร ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะสนับสนุน และผลักดันให้มีการปฏิรูปกองทัพ ให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ทุกประการ จะต่อสู้ร่วมกันจนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ชมคลิป ขอบคุณที่มา : เอก วงษ์ปัญญา-Eak wongpanya

Read More

เดือดจัด อนาคตใหม่ จัดหนักท้า กกต.นับคะแนนอีกรอบ หลังผลเลือกตั้ง100% ออกมาไม่เป็นธรรม

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ขึ้นแถลงข่าวเกี่ยวกับการลงสัตยาบันร่วมกันของ 6 พรรคการเมือง และได้มีการเรียกร้องให้ กกต. เปิดผลคะแนนการเลือกตั้ง น.ส.พรรณิการ์ ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการตรวจสอบการทำงานของ กกต. ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักของพรรคอนาคตใหม่ และยังมีประชาชนอีก 50 ล้านคน ที่ได้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ต้องการทราบผลการเลือกตั้ง รวมไปถึงการทำงานอย่างยุติธรรมของ กกต. ด้วยเหตุนี้เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่จึงได้ทำการส่งหนังสือขอให้ กกต.เปิดเผยผลการเลือกตั้งของแต่ละเขต รวมไปถึงจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง บัตรที่พิมพ์ บัตรที่ใช้ บัตรที่เหลืออยู่ ผลการเลือกตั้ง บัตรดี และบัตรเสีย เพื่อให้ประชาชนสามารถทราบข้อมูลได้ ซึ่งที่กล่าวมาเป็นเรื่องของ Open Data ที่ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลภาครัฐ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการแถลงการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือกันของพรรคฝั่งประชาธิปไตย ทั้ง 6 พรรค ที่แสดงเจตจำนงร่วมกันในการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. และต้องการทวงถามคะแนนดิบจาก กกต. เพราะตอนนี้เลยมากว่า 3 วันแล้ว แต่ยังไม่ทราบผลคะแนนทั้งที่การเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อปี 2554 ผลคะแนนแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ สามารถแจ้งได้หลังจากจบการเลือกตั้งหรือปิดหีบเพียง 7 ชั่วโมงเท่านั้น ในเรื่องนี้ทาง กกต.ต้องสามารถตอบคำถามได้ ว่ามีอะไรเกิดขึ้น และในครั้งนี้ทั้ง 6 พรรคได้มีการไปยื่นหนังสือถึง กกต. แล้ว แต่ทาง กกต. ยังไม่ออกมายืนยันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป น.ส.พรรณิการ์ ยังกล่าวด้วยว่า เนื้อหาสำคัญในหนังสือมี 2 ข้อ คือ 1.บัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์จำนวน 1,542 ใบ ต้องถูกนับรวมกับผลการเลือกตั้งด้วย ซึ่งถ้าไม่มีการนับรวม กกต.ต้องออกมาชี้แจงและรับผิดชอบในเรื่องนี้ 2.ให้เปิดผลคะแนนดิบรายหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เนื่องจากการนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งการทวงถามในครั้งนี้เป็นไปเพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรม ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์อันใด และก็ไม่ได้เพื่อให้พรรคอนาคตใหม่มีเสียงในสภามากขึ้น แต่ในฐานะที่เราเป็นเหมือนตัวแทนของประชาชนเพื่อมุ่งไปสู่จุดมุ่งหมายคือประชาธิปไตย…

Read More

เปิดตำนานผู้ล้มยักษ์สมุทรสาคร จบเพียงป.4 โตมากับไร่นา เดินหาเสียงคนเดียว แต่กลับได้ใจชาวบ้านเต็มๆ

เป็นอีกหนึ่งสนามเลือกตั้ง ที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์อย่างมาก สำหรับ เขต 1 จ.สมุทรสาคร หลังจากที่ “พรรคอนาคตใหม่” ที่มี “นายทองแดง เบ็ญจะปัก” พลิกชนะตัวเต็งอย่าง “นายอัคคเดช สุวรรณชัย” อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร จากพรรคพลังประชารัฐ, “นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์” จากพรรคชาติไทยพัฒนา หรือ “นายกุลวัชร หงษ์คู” จากพรรคประชาธิปัตย์ แบบที่คนการเมืองงงกันทั้งบาง นายทองแดง เบ็ญจะปัก หรือฉายา “แจ๊คผู้ล้มยักษ์” คนนี้เป็นใคร เราจะพาไปรู้จักชายคนนี้ นายทองแดง ปัจจุบันอายุ 53 ปี และจบการศึกษาแค่ระดับ ป.4 เท่านั้น หลังจากนั้นได้ออกมาช่วยที่บ้าน ทำไร่ ทำนา และเริ่มบวชเป็นสามเณรตอนอายุ 13 ขวบ ที่วัดป่าสกุณาศัย จ.อุดรธานี ก่อนจะถูกพระอาจารย์ส่งมาเรียนที่ วัดป้อมวิเชียร จ.สมุทรสาคร จากนั้นก็ได้ไปบวชพระเรียนต่อนักธรรม จนถึงนักธรรมเอก ก่อนมาลงสู่สนามการเมือง กล่าวคือ นายทองแดง แทบไม่มีโปรไฟล์ที่หรูหราหมาเห่า เหมือนผู้สมัคร ส.ส. คนอื่นเลย แต่เหตุใดเขาถึงได้ใจชาวสมุทรสาครไปอย่างเต็มเปา แฟนเพจ ตามติดชีวิตแม่บ้านแขก ได้โพสต์เรื่องราวของ นายทองแดงพร้อมให้เหตุผลว่า สูตรสำเร็จที่ทำให้ ชายผู้จบ ป.4 ได้เก้าอี้ ส.ส. ไปครองคือ ความจริงใจ เข้าถึงได้ คล้ายเป็นประชาชนธรรมดา หลายคนแทบไม่รู้จักว่าชายคนนี้เป็นใคร แต่อยู่ดีดี เจ้าตัวก็เดินมาแจกโบรชัวร์พรรคถึงบ้านด้วยตัวคนเดียว ไม่มีป้าย-รถหาเสียง มีเพียงแผ่นพับเล็กๆ พร้อมคำแนะนำตัวเองและพรรคอย่างเป็นกันเอง ขณะที่ชาวสมุทรสาคร และแฟนเพจส่วนใหญ่ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า นี่คือการเมืองที่อยากเห็น ส.ส.ที่เป็นคนธรรมดา ไม่มีอิทธิพล ไม่ใช่นักเลง และไม่ได้มาด้วยอำนาจเงิน

Read More

ยืนยันแล้ว เพื่อไทยร่วมกับ 6 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ประกาศจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อต่อต้านเผด็จการ

พรรคเพื่อไทย

27 มี.ค. เมื่อเวลา 09:39 น. ที่โรงแรม แลงคาสเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ สถานที่จัดแถลงข่าวประกาศจุดยืนจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย ของ 7 พรรคการเมือง ผู้สื่อข่าวยรายงานบรรยากาศว่า ขณะนี้เริ่มมีตัวแทนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย เริ่มเดินทางมาถึงสถานที่แถลงข่าวแล้ว ทั้งนี้ ยืนยันแล้วว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ทั้ง 7 พรรค ประกอบด้วย 1. เพื่อไทย 2. อนาคตใหม่ 3. เสรีรวมไทย 4. ประชาชาติ 5. เพื่อชาติ 6. เศรษฐกิจใหม่ และ 7. พลังปวงชนไทย จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อต่อต้านเผด็จการ และไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา.

Read More

จบป.4 บวชเป็นพระ เดินหาเสียงคนเดียว รู้จักส.ส.อนาคตใหม่ ผู้ล้มยักษ์สมุทรสาคร

เรียกได้ว่า พรรคอนาคตใหม่ มาจากกลุ่มคนทุกระดับกันเลยทีเดียว และถือเป็นอีกหนึ่งสนามเลือกตั้ง ที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์อย่างมาก สำหรับ เขต 1 จ.สมุทรสาคร หลังจากที่ พรรคอนาคตใหม่ ที่มี นายทองแดง เบ็ญจะปัก พลิกชนะตัวเต็งอย่าง นายอัคคเดช สุวรรณชัย อดีต นายก อบจ.สมุทรสาคร (พลังประชารัฐ), นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ (ชาติไทยพัฒนา) หรือ นายกุลวัชร หงษ์คู (ประชาธิปัตย์) แบบที่คนการเมืองงงกันทั้งบาง นายทองแดง เบ็ญจะปัก “แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์” คนนี้เป็นใคร เราจะพาไปรู้จักชายคนนี้ นายทองแดง ปัจจุบันอายุ 53 ปี และจบการศึกษาแค่ระดับ ป.4 เท่านั้น หลังจากนั้นได้ออกมาช่วยที่บ้าน ทำไร่ ทำนา และเริ่มบวชเป็นสามเณรตอนอายุ 13 ขวบ ที่วัดป่าสกุณาศัย จ.อุดรธานี ก่อนจะถูกพระอาจารย์ส่งมาเรียนที่ วัดป้อมวิเชียร จ.สมุทรสาคร จากนั้นก็ได้ไปบวชพระเรียนต่อนักธรรม จนถึงนักธรรมเอก ก่อนมาลงสู่สนามการเมือง กล่าวคือ นายทองแดง แทบไม่มีโปรไฟล์ที่หรูหราหมาเห่า เหมือนผู้สมัคร ส.ส. คนอื่นเลย แต่เหตุใดเขาถึงได้ใจชาวสมุทรสาครไปอย่างเต็มเปา แฟนเพจ ตามติดชีวิตแม่บ้านแขก ได้โพสต์เรื่องราวของ นายทองแดงพร้อมให้เหตุผลว่า สูตรสำเร็จที่ทำให้ ชายผู้จบ ป.4 ได้เก้าอี้ ส.ส. ไปครองคือ ความจริงใจ เข้าถึงได้ คล้ายเป็นประชาชนธรรมดา หลายคนแทบไม่รู้จักว่าชายคนนี้เป็นใคร แต่อยู่ดีดี เจ้าตัวก็เดินมาแจกโบรชัวร์พรรคถึงบ้านด้วยตัวคนเดียว ไม่มีป้าย-รถหาเสียง มีเพียงแผ่นพับเล็กๆ พร้อมคำแนะนำตัวเองและพรรคอย่างเป็นกันเอง ขณะที่ชาวสมุทรสาคร และแฟนเพจส่วนใหญ่ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า นี่คือการเมืองที่อยากเห็น ส.ส.ที่เป็นคนธรรมดา ไม่มีอิทธิพล ไม่ใช่นักเลง และไม่ได้มาด้วยอำนาจเงิน

Read More

ผู้สมัครพลังประชารัฐ ยื่นฟ้อง ส.ส. อนาคตใหม่ เพราะแจกทุน ขนมนักเรียน ก่อนเลือกตั้ง

สส

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้สมัครเขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้ายื่นหนังสือและหลักฐานต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบการหาเสียงผิดกฎหมายของ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ภายหลังจากวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา น.ส.วรรณวรี ได้แจกทุนการศึกษา และขนมให้กับนักเรียนในเขตยานาวา 3 แห่ง โดยสวมเสื้อที่มีโลโก้พรรค และนำใบปลิวแผ่นพับแนะนำนโยบายพรรค แจกให้กับครูและผู้ปกครอง ต่อมาวันที่ 13 ม.ค. น.ส.วรรณวรี ยังได้สวมเสื้อมีโลโก้พรรค นำหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ไปแจกจ่ายพร้อมกับแผ่นพับนโยบายพรรคอนาคตใหม่ ให้กับประชาชนย่านอนุสาวรีย์ชัยมรภูมิ ซึ่งทั้ง 2 กิจกรรม ได้โพสต์ภาพเป็นหลักฐานในเพจเฟซบุ๊ก นายเนวินธุ์ เผยว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายหาเสียงผิดระเบียบกกต. มาตรา 18 (4) เรื่องการให้เงินช่วยเหลือ และเป็นการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงขอให้กกต.ตรวจสอบเพื่อสร้างบรรทัดฐาน โดยยอมรับว่าผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ตนมีคะแนนน้อยกว่า น.ส.วรรณวรี 2,000 คะแนน

Read More

อ.จุฬา แนะเพื่อไทย-อนาคตใหม่ จับมือเอาผิด กกต. ทำคะแนนเลือกตั้งผิดปกติหลายเขต

สส

รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการจัดเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส ความว่า เพื่อไทยกับอนาคตใหม่ต้องร้องเรียนเอาผิดกับ กกต. เรื่องความผิดปกติของคะแนนในหลายเขต ส่งผลให้คะแนนของทั้งสองพรรคเปลี่ยนไปด้วย ต้องเอาเรื่องเพราะคุณเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เป็นคู่กรณีโดยตรง เพราะไม่เช่นนั้นจะเท่ากับคุณยอมรับว่า พลังประชารัฐชนะอย่างถูกต้องชอบธรรม ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่ร้องเรียน หลังจากนี้พลังประชารัฐจะใช้ชัยชนะนี้เป็นข้ออ้างความชอบธรรมให้ตัวเองไปอีกนาน แม้ว่าในที่สุด กกต.จะไม่สนใจ ไม่ทำอะไร อย่างน้อยการร้องเรียนคือการยืนยันว่ามันมีความไม่ชอบมาพากลอยู่ เราเชื่อว่าอย่างไรเสีย พปชร.ต้องได้จัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ เพื่อไทยกับอนาคตใหม่จะเป็นฝ่ายค้าน ก็จับมือเป็นฝ่ายค้านตั้งแต่ตอนนี้เลย การเอาเรื่องกับ กกต.อาจทำการเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่ชัยชนะของเผด็จการก็จะเป็นโมฆะด้วยเช่นกัน พวกเขาอาจกลับมาในรูปรัฐบาลแห่งชาติ แต่ก็จะไม่มีความชอบธรรมใดๆ รับรอง

Read More

อนาคตใหม่เฮ กวาด ส.ส.เกินคาด ทั้งที่เริ่มจากศูนย์ ก่อนเผยเรื่องโกงเลือกตั้ง

อนาคต

เมื่อเวลา 21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ ร่วมติดตามการนับคะแนนผ่านรายการโทรทัศน์ ต่างส่งเสียงไชโยปรบมือเมื่อเห็นคะแนนของพรรคอนาคตนำในหลายเขตโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ฝั่งธนบุรี ที่นำห่างหลายพื้นที่ จากนั้น เวลา 21.45 น. น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แจ้งยกเลิกกำหนดการแถลงข่าวเดิมในเวลา 22.00 น. เนื่องจากการนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ และคาดว่าจะใช้เวลานานเกินไปกว่าจะมีการแถลงข่าว จึงขอเลื่อนไปแถลงในวันที่ 25 มี.ค. ณ ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท น.ส.พรรณิการ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการทุจริตเลือกตั้งว่า ประชาชนร่วมกันตรวจสอบแล้วส่งข่อมูลมาทางโซเชียลจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องบัตรเลือกตั้งเกิน มีหลายพื้นที่มีปัญหา ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ที่ติดตามมีผู้สังเกตุการณ์ และผู้สมัคร ส.ส.ส่งเข้ามาร่วมกันตรวจสอบ ซึ่งอาจมีการร้องเรียนในขั้นต่อไป โดยเท่าที่เห็นมีความผิดปกติทุกพื้นที่อย่างมาก พรรคอนาตใหม่พอใจผลการเลือกตั้งเบื้องต้นอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยพูดว่า ได้เท่าไรก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะเริ่มจากศูนย์ในเวลาไม่ถึงปี ไม่มีหัวคะแนน ถือเป็นความสำเร็จของการทำการเมืองของอนาคตใหม่ที่ใช้การเมืองสร้างสรรค์จริงๆ ส่วนบางพื้นที่สามารถล้มแชมป์เก่าได้นั้น คะแนนยังนับไม่เสร็จสมบูรณ์ ก็เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้ต้องเลื่อนแถลงออกไปก่อนเพื่อรอคะแนนสมบูรณ์ แต่ทั้งนี้ถือว่าคะแนนดิบเป็นชัยชนะของประชาชนจริงๆ ซึ่งช่วยทำให้เห็นว่าการเมืองแบบใหม่เป็นไปได้ในประเทศนี้ เมื่อถามว่านายธนาธร รู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกันตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ไม่เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะเชื่อว่าประชาชนที่อยากเปลี่ยนแปลงมีจำนวนมาก และวันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วพอสมควร ส่วนคะแนนที่ออกมาสามารถแสดงจุดยืนการร่วมรัฐบาลได้หรือยังนั้น เรามีจุดยืนมาตั้งแต่ 8 เดือนที่แล้ว ซึ่งมีจุดหมายสูงสุดคือยุติการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ

Read More

สนาม กทม. เดือด อนาคตใหม่ เบียดคะแนนนำ ขึ้นแซงแล้ว

อนาคตใหม่

เมื่อเวลา 23.45 น. ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร์ (ส.ส.) นางวิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) แถลงผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร์ (ส.ส.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 30 เขต โดยขณะนี้ผลการนับคะแนนผ่านไปแล้ว 3,213,021 บัตร คิดเป็นร้อยละ 76.62 มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 4,489,390 คน มาใช้สิทธิ 4,486,590 คนเป็นบัตรดี 3,062,655 บัตร บัตรเสีย 89,754 บัตร บัตรไม่เลือกผู้สมัครใด 60,612 บัตร โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปรากฎว่าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้คะแนน 790,785 คะแนน รองลงมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้คะแนน 783,618 คะแนน และพรรคเพื่อไทย (พท.) 598,935 คะแนน อย่างไรก็ตาม ท่ี่นั่งตามรายเขต ดังนั้น พลังประชารัฐ ได้ 12 ที่นั่ง พรรคอนาคตใหม่ 10 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 8 ที่นั่ง ดังนี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 เขตพระนคร พรรคพลังประชารัฐ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ 22,446 เขตเลือกตั้งที่ 2 เขตสาทร พรรคพลังประชารัฐ น.ส.พัชรินทร์ ชำศิริพงษ์ 26,909 เขตเลือกตั้งที่ 3 เขตยานนาวา พรรคอนาคตใหม่ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน 28,494 เขตเลือกตั้งที่ 4 เขตคลองเตย พรรคพลังประชารัฐ นางกรณิศ…

Read More