แม่ค้าไข่ไก่ ปล่อยโฮกลางโรงพัก หลังถูกจับขายเกินราคา ลั่น ทำไมไม่ไปดูราคาหน้าฟาร์ม

แม่ค่าไข่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 มี ค นายวัชระ ศิริโรจน์ เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ เมืองนครสวรรค์ ได้นำตัว นางกาญจณา อินแป้น อายุ 42 ปี แม่ค้าขายไข่ไก่ ส่ง ร ต อ เอกสิทธิ์ พุกสอน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ เมืองนครสวรรค์ หลังขายไข่ไก่เกินราคา พร้อมของกลาง ไข่ไก่เปอร์ 0-3 พร้อมระบุราคา ด้านนายวัชระ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า แผงขายไข่ไก่ของ นางกาญจณา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตลาดสดบ่อนไก่ ต ปากน้ำโพ อ เมือง จ นครสวรรค์ ขายแพงเกินควร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่า มีการติดป้ายราคา ไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาแผงละ 130 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 ราคาแผงละ 145 บาท ไข่ไก่เบอร์ 1 ราคาแผงละ 150 บาท และไข่ไก่เบอร์ 0 ราคาแผงละ 155 บาท ซึ่งมีราคาแพงเกินจริงตามที่มีผู้ร้องเรียนมา เนื่องจากเมื่อเทียบกับราคาประกาศของสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ (คละ) ราคาฟองละ 2.80 บาท (แผง 30 ฟอง ราคา 84 บาท) ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร และประกาศ กกร ฉบับที่ 53 พ ศ 2562…

Read More

กระทรวงพาณิชย์ แจ้งจับลาซาด้า ปล่อยขายหน้ากากเกินราคา

ลาซาด้า

ในวันนี้ 11 มีนาคม 63 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แถลงถึงเรื่องของการดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ลาซาด้า กรณีปล่อยให้มีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา โดยนายจุรินทร์ เผยว่า ก่อนหน้านี้ทางปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังแพลตฟอร์มขายของออนไลน์เข้าขายการกระทำผิด และที่ประชาชนร้องเรียนจากรณีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา พร้อมทั้งเรียก เข้าพบและทำการตักเตือนว่า อย่าให้เกิดเหตุการในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก ทั้งยังทำหนังสือแจ้งให้ทราบถึงกฎหมายแลโทษหากละเลยด้วย ซึ่งวันนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งดำเนินคดีกับลาซาด้าจำนวน 3 คดี โดยคดีที่หนึ่งที่ จังหวัดนครปฐม มีผู้ร้องมายังสายด่วย 1569 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจนกระทั่งดำเนินคดีกับร้าน DD Famar มีหน้ากากอนามัยจำนวน 28 กล่อง ราคาขายกล่องละ 1,100 บาท คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ได้ทำการล่อซื้อผ่านแพลตฟอร์มลาซาด้า จากร้าน 928 shop ซึ่งจำหน่ายหน้ากากเขียวทางการแพทย์ราคา 1,099 บาท และคดีที่ 3 ที่ จังหวัดนครปฐมจำหน่ายราคา 1,299 บาท ซึ่งหลังจากผลทางเจ้าหน้าที่พาณิชย์ จังหวัดนครปฐม ได้แจ้งไปยังกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ลาซาด้า ฐานะตัวการร่วม ซึ่งจะมีโทษเท่ากัน สำหรับข้อหาจะแจ้ง 2 ข้อหา คือ ขายเกินราคา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาขายหน้ากากเกินราคาอันสมควร หรือ ค้ากำไรเกินควร โดยจะมีโทษจำไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตอนนี้พนักงานสอบสวนรับคดีเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่ามีบางรายที่จะทำการค้ากำไรเกินควร โดยขายหน้ากากอนามัยตามราคาควบคุม แต่ราคาส่งกลับแพงมากขึ้น ซึ่งผิดกฎหมายเช่นกัน กรณีนี้ก็จะเข้าข่ายขายราคาสูงเกินสมควร เนื่องจากราคาควบคุมต้องรวมสินค้าและการบริการขนส่งด้วย ขอบคุณที่มาจาก The Reporters

Read More

เผยประเทศไทย 2 เดือน ส่งออกหน้ากากอนามัย กว่า 330 ตัน

หน้ากาก

นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากรกล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกหน้ากากอนามัย ในเดือนมกราคม 2563 อยู่ที่ 150 ตัน และเดือนกุมภาพันธ์ 2563 อยู่ที่ 180 ตัน รวมแล้ว 2 เดือน มีการส่งออกหน้ากากอนามัย ทั้งสิ้นกว่า 330 ตัน คิดเป็นมูลค่า 160 ล้านบาท ยืนยันว่า กรมศุลกากรให้มีการส่งออกแมสตามใบอนุญาตของกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งการส่งออกดังกล่าวเป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการไม่กี่ราย ไปในหลายประเทศทั้งจีน ฮ่องกง อเมริกา ขณะที่การนำเข้าหน้ากากอนามัยในเดือนมกราคม 63 อยู่ที่ 145 ตัน มูลค่า 55 ล้านบาท และเดือนกุมภาพันธ์ 63 อยู่ที่ 71 ตัน มูลค่า 45 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าประเทศจากจีน ในส่วนนี้จะต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 5 เปอร์เซ็น ของมูลค่าที่สำแดง โดยการนำเข้ามาเพื่อใช้ในประเทศหรือเป็นการนำเข้ามาเพื่อส่งออกต่อนั้น กรมศุลกากรไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ และประเมินได้ยากว่าจำนวนแมสที่นำเข้ามาคิดเป็นจำนวนกี่ชิ้น เพราะการสำแดงสินค้าให้ทำตามน้ำหนัก การส่งออกเป็นไปตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ที่บอกว่าห้ามส่งออก เว้นแต่ได้รับการอนุญาต ถ้าผู้ประกอบการมีใบอนุญาต กรมศุลกากรก็คงไปห้ามไม่ให้ส่งออกไม่ได้ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น ยอดการส่งออกแมสจะชะลอตัวลง นายชัยยุทธ กล่าว นายชัยยุทธ กล่าว เปิดเผยว่ากรณีที่มีข่าวในเพจของโซเชียลมีเดีย เรื่องหน้ากากอนามัย จำนวน 5 ล้านชิ้น ถูกกักโดยกรมศุลกากรขอแบ่งจำนวน 2 ล้านชิ้นว่าทางผู้บริหารของกรม ได้มีข้อสังการให้ตรวจสอบไปยังพื้นที่ที่อาจมีการนำเข้าหน้ากากอนามัยดังกล่าว ซึ่งพบว่าไม่พบกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องดังกล่าวจังไม่เป็นความจริง กรมฯได้ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าภาพที่ทางเพจของโซเชียลมีเดียได้นำมาลงนั้น เป็นภาพที่เหมือนกับการลงขายแมส ในต่างประเทศ โดยกรมฯให้ความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า การทำงานของกรมศุลกากรเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม นายชัยยุทธกล่าว นายชัยยุทธ กล่าวถึงกรณีที่มีเพจลงว่ามีคนให้ข้อมูลว่า ตู้สินค้าที่นำ แมส…

Read More