สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระประชวร เสด็จฯประทับ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่องสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) และมีพระปรอท (ไข้) คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2562 ผลการตรวจพบว่า มีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจสักระยะหนึ่ง จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน ขอบคุณที่มาจาก สำนักพระราชวัง

Read More

เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ ตรัสถึงพระสุขภาพ ตื่นขึ้นมา ‘ตาซ้ายมองไม่เห็นอะไร’ ทำคนไทยน้ำตาไหล (คลิป)

เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มีพระดำรัสเล่าถึงพระพลานามัยของพระองค์ ในโอกาสเสด็จเยี่ยมราษฎร และหน่วยแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ซึ่งโปรดให้ไปออกหน่วยบริการตรวจรักษาราษฎรที่เจ็บป่วย ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 55 อ.เมือง จ.ตาก พระองค์ตรัสว่า “รักชาว พอ.สว. พูดแล้วก็น้ำตาจะไหล ที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนธันวาที่แล้ว ก็ป่วยกระเสาะกระแสะ อย่างที่เคยเป็น คือโรคเอสแอลอี ต้องหามเข้าโรงพยาบาลโดยที่ไม่รู้สึกตัวเลย แล้วก็ใช้เวลาในโรงพยาบาลวิชัยยุทธนานพอสมควร แล้วพอออกมานึกว่าจะดีก็มาเจอ เร็วๆ นี้ ตื่นขึ้นมากลางดึก พบว่าตาข้างซ้ายมองไม่เห็นอะไรเลย ก็เลยไปหาหมอที่วิชัยยุทธ เขาบอกว่าเป็นต้อกระจก (Cataract) ต้องผ่าด่วน เพราะไม่งั้นจะเป็นต้อหิน (Glaucoma) ไม่เคยนึกว่า ขั้นตอนจะยุ่งวุ่นวาย” “คือเข้าไปแอดมิท ที่โรงพยาบาลรามา อยู่ 2 อาทิตย์ โดยที่เขาสังเกตการณ์เฉยๆ โดยที่เราไม่ได้เป็นอะไร เรารู้ว่าเราเป็นอะไร แต่เขาบอกว่าต้องกักโรคก่อนพอผ่านการกักโรคทั้งหมด เขาก็เริ่มผ่าต้อทางด้านซ้ายก่อนแล้วเมื่อได้ผลดี ก็เว้นสองอาทิตย์ แล้วก็ผ่าข้างขวา” ภาพจาก เรารักราชวงศ์จักรี “We love Chakri Dynasty” คลิป ขอบคุณ เรารักราชวงศ์จักรี “We love Chakri Dynasty”

Read More

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงปฏิบัติธรรม ถวายพระกุศล แด่พระมารดา ให้ทรงหายประชวร

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จลงพระอุโบสถวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ทรงประกอบศาสนกิจทำวัตรเช้า และทรงอธิษฐานการบรรพชาเนกขัมมะ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 05:00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จ ณ พระอุโบสถ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย อ.เมือง จ.ลำพูน เพื่อทรงประกอบศาสนกิจทำวัตรเช้า และทรงอธิษฐานการบรรพชาเนกขัมมะ จากนั้น เวลา 06.30 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงถวายสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระสงฆ์สาวกครูบาอาจารย์ ณ ธรรมศาลา วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย โดยมีพระอาจารย์อารยวังโสเป็นประธาน พร้อมทั้งทรงบาตร และทรงถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ ทั้งนี้ เพจ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางจิตนานาชาติ ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่พระฉายาลักษณ์การประกอบศาสนกิจครั้งนี้ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แจ้งว่า ได้รับอนุญาตจากวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ให้ส่งพระฉายาลักษณ์แก่คณะศิษย์ศรัทธาได้ชื่นชมพระบารมีและร่วมอนุโมทนา อีกทั้งยังอธิบายถึงเนกขัมมะไว้ ดังนี้ ขอบคุณภาพจาก เพจ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางจิตนานาชาติ เนกขัมมะ หมายถึง กุศลทุกประการได้ แต่ถ้าเป็นเนกขัมมบารมีแล้วต้องเป็นธรรมที่ทำให้ถึงฝั่ง คือดับกิเลส ต้องประกอบด้วยปัญญาที่เห็นโทษของกิเลส และการเกิดหรือการอยู่ในวัฏฏะ เพราะฉะนั้น กุศลทุกประการเป็นเนกขัมมะ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเนกขัมมบารมี นอกจากนี้ เพจ น้อมจงรัก สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ยังเปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงตั้งพระทัยมั่นในการปฏิบัติธรรม เพื่อถวายพระพรพระมารดา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงหายจากพระอาการประชวร ขอบคุณภาพจาก เพจ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางจิตนานาชาติ…

Read More

ร.10โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์’ เป็นผู้รักษาการ ประธานองคมนตรี

พระราชโองการ

รักษาการ ประธานองคมนตรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาการประธานองคมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานองคมนตรี ตามประกาศพระราชโองการลงวันที่ 2 ธ.ค 2559 แล้วนั้น. บัดนี้ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค 2562 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 14 และมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้รักษาการประธานองคมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ขอบคุณที่มา วีดีโอและภาพจาก : เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

Read More

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ไปประทับ รพ.จุฬา ฉบับที่ 2

สมเด็จพระนางเจ้าฯ

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 2 ขอบคุณที่มาจาก สำนักพระราชวัง

Read More

‘ท่านชายทั้งสี่’ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 สวมเสื้อ ‘รักพ่อ’ ออกงานการกุศล

ท่านชายสี่

‘ท่านชายทั้งสี่’ สวมเสื้อ ‘รักพ่อ’ ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ โอรสองค์ที่ 2 ของ ร.10 กับอดีตหม่อมยุวธิดา ออกงานการกุศล โดยท่านอ้น ได้โพสต์ลงเฟสบุ๊คส่วนพระองค์ว่า… โครงการเล็กๆของเรายังดำเนินการต่อไปด้วยความมุ่งมั่น สองปีที่ผ่านมานี้ได้พบเพื่อนที่ดีมากมาย ภูมิใจที่เพื่อนๆมาร่วมกันทำประโยชน์ให้สังคมและเยาวชนไทย ถ้าเราช่วยกัน-สามัคคีกัน-ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ วัชรเรศร วิวัชรวงศ์ มีนามเดิมว่า หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล (ท่านชายอ้น; 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524) เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ป ระสู ติแต่ สุจาริณี วิวัชรวงศ์ และเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ปัจจุบันพำนักอยู่สหรัฐอเมริกา หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หม่อมสุจาริณี มหิดลในขณะนั้น พาพระโอรส-ธิดาไปประทับยังสหราชอาณาจักร โดยภ าย หลั งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศที่ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงรับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ขณะนั้นทรงดำรงพระยศที่ “หม่อมเจ้าบุษย์น้ำเพชร มหิดล” พระธิดาองค์เล็ก มาประทับในไทย ซึ่งวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2540 มีหนังสือผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักรเพื่อแจ้งต่อผ่ายที่เกี่ยวข้องว่า ท่านชายทั้งสี่ได้ถูกถ อด ออ กจ ากสถานะพระราชวงศ์ และไม่มีสิทธิ์ในการใช้ฐานันดร “หม่อมเจ้า” อีกต่อไป ทั้งนี้ได้เปลี่ยนให้ไปใช้นามสกุลพระราชทาน “วิวัชรวงศ์” แทน อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏประกาศการถอดฐานันดรศักดิ์ในราชกิจจานุเบกษา ที่โดยปกติแล้วก ารลา ออ กและการถอดถอนจากฐานันดรศักดิ์ของเจ้านายชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปจะต้องลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา พันตรีหญิง สุจาริณี วิวัชรวงศ์ (26 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) หรือเดิมคือ หม่อมสุจาริณี มหิดล ณ…

Read More

ม ติ ค ร ม.ให้วันที่ 3 มิ.ย. ของทุกปี วันเฉลิมพระชนมพรรษา พ ร ะ ร า ชิ นี เป็นวันหยุดราชการ

พระราชินี

วั น ที่ 14 พ.ค. ที่ทำเนียบ รั ฐ บ า ล คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้วันที่ 3 มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เป็นวันหยุดราชการประจำปี ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ จ า ก ก ร ณี ได้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ส ถ า ป น า “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 และโดยที่ วันที่ 3 มิถุนายน เป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จึงเห็นสมควรกำหนด ให้วันดังกล่าว เป็นวัน ห ยุ ด ร า ช ก า ร ประจำปี ที่มา:ข่าวสด

Read More

ชมโรงเรียน ‘สมเด็จเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ’ ทรงกำลังศึกษา ณ เยอรมัน

โรงเรียนพระองค์ที

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประสูติเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี ถือเป็นพระรัชทายาทโดยสันนิษฐานตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 และยังเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยคณะแพทย์ ถ ว า ย พระประสูติโดยการผ่าตัด เมื่อแรกประสูติ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติทรงมี น้ำหนัก 2,680 กรัม ความยาวพระองค์ 47 เซนติเมตร รอบพระเศียร 31 เซนติเมตร ลืมพระเนตรเวลา 19.00 นาฬิกา มีพระพลานามัยสมบูรณ์ แ ข็ ง แ ร ง พระเนตรโต พระนาสิกโด่ง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชหัตถเลขาขนานพระ น า ม ว่า “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ” เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548 และพระราชทานเสมาอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.ทองคำ ส่วนพระนามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชตินั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระมหากรุณาธิคุณอธิบายพระนามของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ว่า “ผู้ทำประทีปคือปัญญาให้สว่างกระจ่างแจ้ง, ผู้ทำเกาะคือที่พึ่งให้รุ่งเรืองโชติช่วง สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ได้ทรงเข้าศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา(ที่มา:โรงเรียนจิตรลดา เป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งขึ้นในบริเวณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นค่าใช้จ่ายของ โ ร ง เ รี ย…

Read More

หัวนะโม เป็นเม็ดเงิน หรือโลหะ ซึ่งเป็นของขลัง ที่สร้างในสมัยโบราณ 700ปี

พระองค์ภา

พระกำไลที่พระองค์ภา ทรงสวมเป็น “หัวนะโม” เป็นเม็ดเงิน หรือโลหะ ซึ่งเป็น ข อ ง ข ลั ง ที่สร้างในสมัยโบราณ ใช้หว่านตามรั้วมุมกำแพงเมืองเพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี ในยุคปัจุบัน มักนำมาทำเป็นเครื่องประดับเพื่อป้องกันและเสริมศิริมงคล กล่าวกันว่า สมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตรย์ ผู้ทรงสถาปนา อาณาจักรนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อประมาณ 700 ปีก่อน และทรงเป็นพระเชษฐาของพระเจ้าจันทรภานุ หรือ องค์ “จตุคามรามเทพ “ พระองค์ทรงให้สร้าง หัวนะโม ไว้ด้วยพิธีกรรมอันสูงส่งของพราหมณ์ โดยอัญเชิญเทพเจ้าทั้งสามคือ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม มาสถิตในหัวนะโม เป็นอักขระแทนองค์เทพเจ้า ทั้งสามโลก เพื่อเอาไปฝังหว่านรอบ ๆ เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อป้องกัน โ ร ค ห่ า ร ะ บ า ด (อหิวาตกโรค) ปรากฏว่าโรคห่าได้หายไปจากอณาจักรนครศรีธรรมราชจนสิ้น… ปัจจุบัน หัวนะโม ถือเป็น เ ค รื่ อ ง ร า ง ของขลัง หรือวัตถุมงคลชื้นเอกของนครศรีธรรมราช พุทธคุณครอบจักรวาล เมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาด ปลอดภัยแก่ผู้ที่อาราธนาบูชาติดตัว เล่ากันว่า ในครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ก็ได้เกิด โ ร ค ห่ า ระบาดขึ้นในเมืองนครศรีธรรมราชอีกครั้ง พระองค์จึงรับสั่งให้สร้าง หัวนะโม ขึ้นแล้วประจุผงพระพุทธคุณอันวิเศษที่สำเร็จขึ้นจากพระอาจารย์ผู้มีกฤตยาคมสูงลงในหัวนะโมนั้น โปรดเกล้าฯ ให้นำหัวนะโมไปหว่านโปรยลงรอบเมืองนครฯ ให้ทั่วหมดสิ้น จากนั้นภายในไม่ช้าโรคห่าหรือโรคอหิวาตกโรคก็สงบลง…

Read More

4 พฤษภาคม ถือเป็น “วันฉัตรมงคล” สืบไปตลอดรัชกาล

วันฉัตรมงคล

“ฉัตรมงคล” (อ่านว่า ฉัด-ตระ-มง-คน หรือ ฉัด-มง-คน) มีความหมาย ตามพจนานุกรมว่า “พระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตรทำในวันซึ่งตรงกับวันบรมราชาภิเษก” ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นรัชกาลที่9 พระราชพิธีฉัตรมงคล จัดขึ้นทุกวันที่ 5 พฤษภาคม เพราะทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 และทางราชการ ถือเป็นวันหยุดตามประเพณีวันหนึ่ง ของ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ต่อมาในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560 การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทางรัฐบาลโดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ยกเลิกวันนี้ลง และให้วันที่ 28 กรกฎาคม อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวัน ส ว ร ร ค ต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันหยุดเพิ่มเติมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป… เนื่องจาก วันฉัตรมงคล ถูกกำหนดวันขึ้นตามวันบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาล ปั จ จุ บั น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีนี้ ในวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะจัดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.…

Read More