จำได้ไหม แฝด 7 แรกของโลก ที่ปลอดภัยครบทุกคน เวลาผ่านไป 20 ปี คิดไม่ถึง ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์

แฝด 7 แรกของโลก

แฝด 7 แรกของโลก ที่ปลอดภัยครบทุกคน เวลาผ่านไป 20 ปี คิดไม่ถึง ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ แฝด 7 แรกของโลก-บ๊อบบี้ คุณแม่ผู้ให้กำเนิดทารกทั้งเจ็ด เป็นเด็กชายสี่คนและเด็กหญิงอีกสามคน ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่โด่งดังไปทั่วโลกทีเดียว เพราะเป็นครั้งแรกที่แฝดเจ็ดให้กำเนิดและมีชีวิตรอดทั้งเจ็ดคน ถึงแม้ว่าในตอนนั้นหลายคนจะค่อนข้างเป็นห่วงถึงกรณีที่บ๊อบบี้จะต้องเลี้ยงดูเด็กถึงเจ็ดคน แต่คุณแม่คนเก่งคนนี้ก็ทำให้เราเห็นว่าเธอทำได้ เมื่อเวลาผ่านไปกว่า20ปีตอนนี้พวกเขาก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปี 1997 สองสามีภรรยาวางแผนจะมีลูกคนที่สอง เธอตัดสินใจกินยากระตุ้นการตกไข่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีปัญหา มีลูกยากในการตั้งครรภ์ลูกคนแรก แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่อเธอตั้งครรภ์ลูกถึงเจ็ดคนในท้อง และพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะให้กำเนิดเด็กทุกคน โชคดีที่ทารกทั้งเจ็ดคนคลอดออกมาอย่างปลอดภัย ถึงแม้น้ำหนักจะไม่มากนัก โดยทารกที่เล็กที่สุดหนักเพียง 1.13 กิโลกรัม ส่วนทารกที่น้ำหนักมากที่สุดน้ำหนักอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม โดยในตอนนั้นประชาชนทั่วไปต่างก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้ หลังจากเธอให้กำเนิดบุตรทั้งเจ็ดก็มีมูลนิธิและองค์กรต่างๆเข้าช่วยเหลือ เพราะมันคงไม่ง่ายเลยที่พ่อแม่จากฐานะครอบครัวธรรมดาจะต้องมาเลี้ยงทารกที่เพิ่งให้กำเนิดพร้อมกันถึงหกคน และยังไม่รวมลูกสาวคนโตที่อายุห่างกันเพียงหนึ่งปี นี่เป็นภาพน่ารักในวันแต่งงานของพี่สาวมิเคล่าและบรรดาน้องสาวฝาแฝด ปัจจุบันเด็ก ๆ ทั้งหมดต่างก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ต่างคนก็ต่างมีความฝันของตัวเอง แบรนดอนสมัครทหารหลังจากจบมัธยมปลาย อเล็กซ์ซิสมีความฝันที่จะเป็นครู นาตาลีเองก็เช่นกัน เคนนี่ย์อยากจะเข้าสู่อุตสาหกรรมก่อสร้าง นาธานและโจเอลต้องการเรียนด้านโปรแกรมเมอร์ ส่วนเคลซี่เธอฝันอยากจะเป็นนักร้อง หลังจากที่ลูก ๆ โตกันหมดแล้ว คุณแม่รายนี้ก็เริ่มรู้สึกเศร้า เพราะลูก ๆ ต้องออกจากบ้านไปเพื่อแยกย้ายกันไปเดินทางตามเส้นทางของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่ใหญ่และอบอุ่นจริง ๆ เหมือนมีเพื่อนอยู่บ้านเดียวกันถึงเจ็ดคนเลย!

Read More

ทารกแฝดเพศหญิง วันนี้โตขึ้นมาสวยมากๆ ล่าสุด ถูกทาบทาม เซ็นต์สัญญาเป็นนางแบบ

คู่แฝด

เมื่อเว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล์ได้เปิดเผย เรื่องราวของคู่แฝดเพศหญิงวัย 8 ขวบ ชาวอเมริกัน ที่ถูกยกให้เป็น “เด็กหญิงคูแฝดที่สวยที่สุดในโลก” ต้องขอบคุณ ความทะเยอทะยานของคุณแม่พวกเธอ ด.ญ. ลีอาห์ โรส และ ด.ญ. เอวา มารี เคลเมนท์ คู่แฝดวัย 8 ขวบถูกคุณแม่เปลี่ยนให้เป็นดาว หลังจากตั้งบัญชีอินสตราแกรมให้พวกเธอชื่อว่า “Clements twins” อวดภาพความน่ารักของทั้งคู่ ก่อนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนตอนนี้มีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 ราย แถมยังมีเอเจนซี่ติดต่อให้เซ็นต์สัญญาเป็นนางแบบคู่แฝดซะด้วย!! โดยแม่ก็ถามความสมัครใจของพวกเธอว่าอยากจะเข้าสู่วงการนางแบบหรือเปล่า? ซึ่งพวกเธอก็ได้ตกลงอย่างไม่ลังเล ก่อนคริสมาสต์ที่ผ่านมาพวกเธอได้ผ่านงานถ่ายแบบเสื้อผ้า และนิตยสารไปแล้วถึง 6 งาน ลีอาห์ และ เอวา สนุกสนานกับงานมากๆ พวกเธอทั้งคู่ถูกบรรยายว่า “สวยงามอย่างแท้จริง” หรือเป็น “เด็กหญิงที่มีความงดงาม” ผู้ที่ติดตามอิสตาแกรม ยกให้เป็น “เด็กหญิงคู่แฝดที่สวยที่สุดในโลก” อย่างไรก็ตาม คุณแม่รู้ดีว่าตอนนี้พวกเธอยังเด็กเกินไป ที่จะมาอะไรแบบนี้ แต่ลีอาห์ และ เอวา มีความสุขมากที่ได้เต้นรำ ต่อหน้าผู้ชมและก็รัก การเป็นที่สนใจ และปัจจุบันทั้งคู่ก็ฉายแววความสวยออกมา ให้เห็นได้ชัดเจนมาก เราไปชมภาพของน้องทั้งคู่กันเลย ขอขอบคุณภาพจาก .instagram/@clementstwins

Read More

สุดระทึก นักบินร่มร่อน ปกป้องผู้โดยสารด้วยชีวิต หลังเกิดเหตุร่มขาดกลางอากาศ (มีคลิป)

นักบินร่มร่อน

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 สื่อต่างท้องถิ่นในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “I love Siliguri”ได้โพสต์คลิปวินาทีขณะนักบินร่มร่อน กับผู้โดยสารกำลังเล่นกิจกรรมร่มร่อน โดยในวิดีโอจะเห็น นายชอฮารี นักท่องเที่ยววัย 32 ปี ส่งเสียงร้องด้วยความสนุกพร้อมถ่ายภาพเซลฟี่ไปด้วยตอนที่ร่มร่อนกำลังร่อนสู่พื้น แต่แล้วอยู่ๆ สายร่มเกิดขาด ในช่วงวินาทีนั้น นายพุรุชอททัม วัย 22 ปี นักบิน พยายามกอดนักท่องเที่ยวเอาไว้เพื่อบังตัวเขาจากแรงกระแทก รายงานข่าวระบุว่าทั้งคู่ร่วงลงกระแทกหลังคาของบ้านหลังหนึ่ง โดยในวิดีโอเราจะยังเห็นชิ้นส่วนของร่มที่หลุดออกลอยอยู่บนท้องฟ้า นายชอฮารีรอดตายปาฏิหาริย์ และได้รับบาดเจ็บเพียงแค่ขาหักเท่านั้น ส่วนนายพุรุชอททัม นักบินไม่รอดจากอาการบาดเจ็บในครั้งนี้ โดยหลังเกิดเหตุเพื่อนของนายชอฮารีได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจท้องถิ่น และกล่าวหาว่าผู้ให้บริการการบินพาราไกลดิ้งละเลยมาตรฐานความปลอดภัยพื้นฐานของผู้โดยสาร ซึ่งขนาดนักบินยังไม่สวมหมวกกันน็อกด้วยซ้ำ ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่ากำลังสืบสวนอุบัติเหตุครั้งนี้โดยละเอียดต่อไป ดูคลิป ขอขอบคุณ New York Post /เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า I love Siliguri

Read More

ชีวิตจริงไม่อิงซีรีส์ ใครอยากเป็นสะใภ้เกาหลีฟังทางนี้ สาวเล่าเรื่องราวชีวิต กับบทบาทลูกสะใภ้เกาหลี เวลาผ่านไปถึงขั้นต้องอ้างว่าแม่ป่วยเพื่อขอกลับบ้าน

สะใภ้เกาหลี

เชื่อว่าการเป็นสะใภ้เกาหลี คงเป็นความฝันของใครๆหลายๆคนโดยเฉพาะสาวๆ ที่ชื่นชอบในวัฒนธรรมของเกาหลีที่สุดแสนจะโรแมนติก เหมือนอย่างในซีรีส์หลายเรื่อง ก่อนที่จะตัดสินใจมองหาหนุ่มเกาหลีซักคน เพื่อมาเป็นคู่ชีวิต วันนี้เราคงต้องถามตัวเองว่า เราจะสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของเขาได้หรือเปล่า เหมือนดังเช่นเดียวกับเรื่องราวต่อไปนี้ เมื่อเว็บไซต์ต่างประเทศได้รายงานว่า นางเอกสาวชาวจีน ทังเหวย เธอเกิดที่เมืองหางโจว จังหวัดเจ้อเจียง ในเดือนตุลาคมปี 1979 พ่อของเธอเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง แม่ของเธอเป็นนักแสดง ทังเหวยหน้าตาดีตั้งแต่เล็กและมีพรสวรรค์ในด้านวรรณกรรม คิมแทยงเป็นคนกตัญญู หลังจากแต่งงานแล้ว ทังเหวยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของสามี ทีแรกทังเหวยนึกว่าชีวิตหลังแต่งงานคงจะดีงามเหมือนในหนัง แต่พอเอาเข้าจริงๆ ชีวิตจริงแตกต่างจากจินตนาการของเธอมากๆ หลังจากฮันนีมูนเสร็จ คิมแทยงก็เริ่มสอนทังเหวยว่า การเป็นลูกสะใภ้เกาหลีที่ดีต้องทำยังไง เขาได้ซื้อซีดีชุดหนึ่งให้เธอ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับประเพณีของเกาหลี ข้อห้ามในวันหยุด และวิธีการการทำอาหารเกาหลีเป็นต้น หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทังเหวยเริ่มเข้าสู่บทบาทการเป็นลูกสะใภ้เกาหลี ทังเหวยต้องลุกตั้งแต่เวลา 5:30 น. ทุกวัน เพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กับทุกคน คนเกาหลีให้ความสำคัญกับอาหารเช้ามาก ต้องมีข้าวเปล่า น้ำซุป กิมจิ และขนมหวานเป็นต้น เธอต้องเตรียมกับข้าว 10 เมนูทุกเช้า โต๊ะรับประทานอาหารของเกาหลีเป็นโต๊ะขนาดเล็กที่มีขาสั้น เวลาทานข้าวต้องนั่งทับขาให้เรียบร้อย ไม่งั้นจะถือว่าไม่สุภาพ การนั่งจนขาชาเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทังเหวยก็ต้องชงกาแฟและเตรียมน้ำผลไม้ให้กับพ่อแม่ของสามี เมื่อพ่อแม่นอนกลางวันตื่นขึ้นมา เธอก็ต้องเตรียมน้ำชาและของหวานให้พวกเขา และที่สำคัญคือ เธอไม่ชินกับอาหารของเกาหลี พอได้กลิ่นของซุปมิโซะก็จะมีมีอาการคลื่นไส้ตาม… แม่สามีเห็นใจเธอ จึงไม่ค่อยจริงจังกับเธอเท่าไหร่ แต่ภาระของเธอก็ยังหนักเหมือนเดิม เธอต้องทำงานบ้านทั้งหมดคนเดียว จนเริ่มเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า การเป็นลูกสะใภ้เกาหลีมันยากจริงๆ ในเดือนมิถุนายนปี 2015 ทังเหวยได้ถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Finding Mr. Right หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายเสร็จ เธอไม่อยากกลับไปเกาหลีในทันที เลยโกหกสามีว่า “แม่ฉันป่วยหนัก ฉันจะไปดูแลแม่ที่หางโจว” หนึ่งสัปดาห์ต่อมา คิมแทยงรีบบินไปที่หางโจวเพื่อไปเยี่ยมแม่ยาย ถึงได้รู้ความจริงว่าแม่ยายไม่ได้ป่วยอย่างใด มันเป็นเพียงข้ออ้างของทังเหวย เพราะไม่อยากจะกลับไปเกาหลีเท่านั้น คิมแทยงบอกกับกับทังเหวย ว่า “คุณแต่งงานกับผมแล้วก็เป็นลูกสะใภ้ของชาวเกาหลี ควรมุ่งความสนใจไปที่ชีวิตในเกาหลี” ทังเหวยจึงเปิดใจกับสามีว่า “ทะเบียนบ้านของฉันอยู่ในฮ่องกง เราไปใช้ชีวิตที่ฮ่องกงดีมั้ย” สามีเธอไม่เห็นด้วยและตอบเธอว่า “ถ้าผมทิ้งพ่อแม่แล้วไปอยู่กับคุณที่ฮ่องกง ผมจะถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกไม่กตัญญู…

Read More

สุดตะลึง ชายวัย 52 ปี เอาชนะ มะเร็งระยะสุดท้าย พร้อมออกมาเผยเคล็ดลับ พิชิตโรคร้าย ที่หลายคนไม่เคยรู้

ชายวัย 52 ปี เอาชนะ มะเร็งระยะสุดท้าย

มะเร็ง หรือทางการแพทย์ว่า เนื้องอกร้าย เป็นกลุ่มของโรคที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เซลล์จะแบ่งตัวและเจริญอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อเป็นเนื้องอกร้าย และมีศักยภาพในการรุกรานร่างกายส่วนข้างเคียง มะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังร่างกายส่วนที่อยู่ห่างไกลได้ ผ่านระบบน้ำเหลืองหรือกระแสเลือด วันนี้เราจะขอนำเรื่องชายคนนึ่ง ที่สามารถเอาชนะโรคร้ายนี้ได้ ทางสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า เมื่อปี 2013 นักธุรกิจคนหนึ่งวัย 52 ปี เป็นประธานกรรมการโรงงานแห่งหนึ่งได้ประกาศกลับเข้าสู่ตำแหน่งอีกครั้ง หลังจากที่ประกาศลาพักรักษาตัวเนื่องจากเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 4 เป็นเวลานาน ทั้งที่ไม่อยากจะหยุดงาน แต่ก็ต้องออกไปรักษาตัว และเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนปี 2015 หมอได้ออกมาบอกว่าหลังจากการตรวจเช็คร่างกายทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาล่าสุด ไม่พบสิ่งผิดปกติในร่างกายใดๆ ตัวเขาเองถึงฟื้นฟูสุขภาพเต็มที่ และกลับมาแข็งแรง เนื้องอกก็หายไป นายหลี ไค ฟู่ได้ออกมาเล่าว่า ในระหว่างที่ป่วยเป็นมะเร็งจนหายเป็นปกตินั้น มีัเพื่อนๆที่ทำงานและเพื่อนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมากมายมาถามว่า “ทำอย่างไรถึงหายจากโรคมะเร็ง? ต้องระวังเรื่องการกินอาหารชนิดใดบ้าง? และคำถามอื่นๆอีกมากมาย” จนเขาเองออกมาตอบกลับผ่าน เว็บไซต์ Weibo โดยตั้งหัวข้อว่า “เมื่อเป็นมะเร็งจะต้องต่อสู้กับโรคมะเร็ง อย่างไร? ประสบการณ์ต้านมะเร็งขอผม” ผมก็เหมือนผู้ป่วยโดยทั่วไป หลังจากที่รู้ว่าป่วยเป็นมะเร็ง ก็ต้องรีบทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและวิธีการรักษา ร่างกายต้องปรับตัวยังไงบ้าง? ทำอย่างไรจะทำให้ร่างกายแข็งแรงมากที่สุด……… ผมได้ดูหนังสือแนวนี้มากมาย และได้ปรึกษาหมอเฉพาะด้านมากมาย 1. สำหรับสิ่งแรกที่ผมให้ความสำคัญมากนะก็คือ การนอนหลับพักผ่อน การนอนหลับนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง คนที่ป่วยหลายคนพยายามทำทุกทางเพื่อชดเชยการสูญเสียของร่างกายไป แต่ผมกลับให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่า จะเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่โดยการนอนให้เต็มที่ มีผู้เชี่ยวชาญบอกว่า “การนอนหลับพักผ่อนมีผลต่อการป้องกันและการเจริญเติบโตของเนื้องอก” เวลานอนหลับที่ดีนั่นก็คือช่วง 4 ทุ่ม ระยะเวลาของการนอนที่เหมาะสมก็คือ 7-8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ โดยนาย เฉิน เจียน หมิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัย Fu Jen Catholic University ภาควิชาจิตวิทยา ของไต้หวัน ได้ให้หัวข้อว่า “แนะนำการนอนหลับให้กับคนทำงานที่วุ่นวาย” บทความนี้วิเคราะห์วิธีการต่างๆ 1. รักษานาฬิกาชีวภาพ โดยกำหนดเวลาพักผ่อน…

Read More