ด่วน พปชร. จัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว ส.ส.เกิน 250 เสียง เข้าเส้นชัยชนะ เพื่อไทย

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า สำหรับความคืบหน้าการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลของพรรค หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้หารือถึงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว โดยยึดวิธีที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128-129 ประกอบกับเจตนารมณ์ของระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญกับคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนมาเป็นแนวทางในการคำนวณจำนวนส.ส. แบบบัญชีรายชื่อนั้น เป็นสูตรที่ใกล้เคียงกับที่พรรคพปชร.ใช้คำนวณ ส.ส. ทำให้สามารถคำนวณ ส.ส.ของพรรค และพรรคการเมืองอื่นที่ได้ทาบทามจัดตั้งรัฐบาลได้ รวมถึงทำให้รู้ว่ายังขาดอีกเท่าไร เพื่อให้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ไว้สำหรับเลือกประธานสภาฯ และโหวตนายกฯ ในการโหวตเลือกนายกฯนั้น พรรคต้องการให้ชนะตั้งแต่เสียงในสภาผู้แทนราษฎร คือเกิน 251 เสียง เพื่อสร้างความชอบธรรม และป้องกันการครหาว่า ใช้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาช่วยเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ส่วนที่ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น จะไม่ส่งผลต่อการเลือกตั้ง และเป็นเรื่องดี เพราะคำวินิจฉัยของศาลเป็นที่สุดตามกฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้ กกต.ได้ รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้การรวบเสียงมีความคืบหน้าไปมาก โดยนอกจากพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรครักษ์ผืนป่า และพรรคเล็กที่ได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง 12 พรรค ที่ไม่น่ามีปัญหาอะไร และอาจยังได้อีก 5 เสียงจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรค ที่ตอบตกลงจะมาเข้าร่วม เพราะเห็นว่าหากต้องการแก้ปัญหาให้ประชาชนจำเป็นต้องเป็นรัฐบาลเพื่อมาขับเคลื่อนตามที่ได้หาเสียงไว้ ส่วนตัวนายมิ่งขวัญนั้น ยังเจรจาตกลงกันอยู่ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้พูดคุย ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ 52 เสียงนั้น มีสมาชิกทางฝั่งนายชวน หลีกภัย และคนรุ่นใหม่ในพรรคไม่เห็นด้วยกับการมาร่วมกับพรรคพปชร.แต่ว่าที่ ส.ส.ที่นำโดยนายถาวร เสนเนียม ยืนยันว่าจะมาและพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์…

Read More

รองโฆษก ปชป. ซัด บิ๊กตู่ ใช้ ม.44 อุ้ม 3 ค่ายมือถือทำมูลค่าหุ้นพุ่ง ลั่นเลวร้ายกว่ายุคทักษิณ

ยุคทักษิณ

วันที่ 13 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าคสช. ออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 4/2562 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ยืดระยะเวลาจ่ายเงินค่าประมูลคลื่นของกลุ่มโทรคมนาคม (ค่ายมือถือ) อนุญาตให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ดิจิทัลคืนใบประกอบกิจการได้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมประมูล 3 งวด และอุดหนุนค่าเช่าโครงข่ายกระจายสัญญาณว่า เป็นการใช้อำนาจที่ชี้ให้เห็นว่าขาดธรรมาภิบาลเอื้อทุนใหญ่ ไม่แตกต่างจากสิ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยกระทำทุจริตเชิงนโยบายจากการแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของบริษัท ชิน คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 66,000 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการทุจริตเชิงนโยบายดังกล่าวยังนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าหุ้นของบริษัทดังกล่าวจนขายให้กองทุนเทมาเสกของสิงคโปร์ได้สูงถึง 76,000 ล้านบาท ทำให้ศาลฎีกาฯ พิพากษายึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน นายเชาว์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างพฤติกรรมของพล.อ.ประยุทธ์กับนายทักษิณ คือ กรณีทุจริตเชิงนโยบายของนายทักษิณ ยังมีกลไกตรวจสอบจนนำไปสู่การฟ้องร้องในชั้นศาล แต่การใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 เป็นการมัดมือชกประชาชน ถูกยับยั้งหรือฟ้องร้องไม่ได้ และไม่สามารถเรียกคืนความเสียหายที่จะเกิดต่อรัฐกลับมาได้ ตัวพล.อ.ประยุทธ์พ้นความรับผิดโดยสิ้นเชิง จึงอาจถือว่าเลวร้ายกว่ายุคนายทักษิณ ซึ่งที่จริง ถ้ากสทช.ต้องการช่วยทุนโทรคมนาคม ก็สามารถใช้อำนาจของตัวเองได้ แต่กลับเลือกที่จะเสนอให้ใช้อำนาจมาตรา 44 และพล.อ.ประยุทธ์สนองตอบ จึงมองได้ว่าเป็นการใช้อำนาจพิเศษเพื่อหนีความรับผิดชอบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบคำถามว่าทำไมต้องยกผลประโยชน์นับหมื่นล้านบาทให้นายทุนโทรคมนาคม ซึ่งทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทเหล่านี้พุ่งขึ้น และจากการคำนวณของประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่าบริษัทเหล่านี้จะได้ผลประโยชน์ใกล้เคียงกัน แม้หนี้ก้อนสุดท้ายที่ยืดออกไปจะใหญ่ไม่เท่ากัน แต่การปรับระยะเวลาในการยืดหนี้ที่แตกต่างกัน ทำให้สุดท้ายได้ตัวเลขประมาณ 8,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกันอย่างน่ามหัศจรรย์ จึงถือเป็นพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบทางการเมือง ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจพิเศษเอื้อกลุ่มทุนโทรคมนาคมอย่างโจ่งแจ้งตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง แรงสนับสนุนประชาชนที่ท่านได้อาจต่างจากในปัจจุบัน เพราะประชาชนจะทราบความจริงล่วงหน้าว่าความสงบที่ท่านอ้างว่าจะได้นั้นต้องแลกด้วยประโยชน์ที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ไปยกให้กับกลุ่มทุน

Read More

พร้อมแล้ว ‘ศรีสุวรรณ’ ไม่ปล่อย! เตรียมหอบรายชื่อปชช.ยื่นร้อง ป.ป.ช. ถอดถอน 7 กกต.

วันที่ 8 เม.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เผยว่า ตามที่สมาคมฯได้ดำเนินการตั้งโต๊ะให้ประชาชน มาร่วมเข้าชื่อเพื่อกล่าวหา และนำไปสู่การถอดถอน 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้พ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.234(1) ประกอบ ม. 76 ถึง ม.82 ของพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 นั้น นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า… ‘บัดนี้สมาคมฯได้จัดทำข้อกล่าวหาและพฤติการณ์แห่งการกระทําผิดตามข้อกล่าวหา พร้อมพยานหลักฐานหรืออ้างพยานหลักฐานเป็นคำร้องพร้อมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้จำนวนที่เพียงพอต่อการดำเนินการยื่นคำร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีข้อกล่าวหาว่า 7 กกต.จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว’ ซึ่งนายศรีสุวรรณ ยังกล่าวต่อว่า จึงเห็นควรที่จะนำคำร้องดังกล่าวไปยื่นให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นตามคำร้องเพื่อเสนอเรื่องไปยังอัยการสูงสุด ให้ดําเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองต่อไป และหากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาหรือ 7 กกต. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษาต่อไป ทางด้าน สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ ปากเกร็ด นนทบุรี ขอบคุณ:ข่าวสด

Read More

กต.เผย ออกโรงแฉ เผย ธนาธร เชิญจนท.ทูต ไปสังเกตการณ์เอง เตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงนานาชาติ

วันที่ 7 เม.ย. น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีที่มีผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตและองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งไปร่วมรับฟังการรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจปทุมวัน ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้มีหลายภาคส่วนแสดงความวิตกกังวลมายังกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศที่ไปปรากฏตัวในวันนั้นเป็นเพราะได้รับเชิญจากธนาธรเอง ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการอะไรต่อไปหรือไม่ น.ส.บุษฎีกล่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศจะทำการชี้แจงข้อเท็จจริงกับคณะทูตต่อไป ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (7 เมษายน) นายธนาธร พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ทั้ง 5 เขตเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่ขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ที่มอบให้กับพรรคอนาคตใหม่ ที่ตลาดน้ำดอนหวาย จ.นครปฐม โดยได้รับการต้อนรับจากมวลชน ผู้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้า นายธนาธร พร้อมคณะ ได้เริ่มการเดินขบวนขอบคุณตั้งแต่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สถานีรถไฟนครปฐม และตลาดกั่งบ๊วย ก่อนที่ในช่วงบ่าย จะเดินทางไปจังหวัดสมุทรสาคร ที่ตลาดสินสมบูรณ์ และตลาดนัดวัดบ้านไร่ เพื่อขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ที่มอบให้กับพรรคอนาคตใหม่ต่อไป นายธนาธร ยังได้ตั้งข้อสังเกตภายหลังรับทราบข้อกล่าวหา ฐานยุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน, ช่วยเหลือหรือให้ที่พำนักผู้ต้องหา และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ว่าในระดับสากลศาลทหารมีไว้ว่าความเฉพาะคดีความของทหารกับทหาร ๆ ไม่มีการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร จึงแปลกใจว่า เหตุใดภายใต้การบริหารงานยุค คสช. จึงนำผู้เห็นต่างขึ้นศาลทหาร พร้อมยืนยันจะไม่มีการเรียกร้องขอความเป็นธรรมใด ๆ เพื่อไปต่อสู้ในศาลพลเรือนปกติ พร้อมยังย้ำว่า คดีความต่าง ๆ ที่เกิดกับพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ทำให้พรรคหวั่นไหว หรือตื่นตระหนก และพรรคยังมั่นใจว่า คดีต่าง ๆ ที่พยายามทำให้พรรคได้รับความเสียหาย หรือพยายามทำให้แกนนำพรรคมีคดีความ ทุกคนจะสามารถต่อสู้ได้ ตามบทกฎหมาย เพราะมั่นใจในบริสุทธิ์ ที่จะไม่มีใครเอาผิดได้ และขอให้ประชาชน ที่สนับสนุนพรรควางใจได้ ส่วนจะเป็นการกลั่นแกล้งใด ๆ หรือไม่ ก็ขอให้ประชาชนคงใช้วิจารณาญาณ…

Read More

“สุดารัตน์” เตือน กกต. เรื่องสูตรสส.ดักห้ามทำผิดกม. เพื่อสนองคนกลุ่มเดียวสืบทอดอำนาจ

เนื่องจากวันที่ 7 เม.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เตือน คณะกรรมการการเลือกตั้ง อย่าละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ในที่สุดแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็คงจะอ้างเหตุผลว่าตนเอง คือผู้บังคับใช้กฎหมาย และจะเลือกใช้สูตรในการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ตามที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าสูตรที่นำมาใช้นั้น จะขัดต่อความรู้สึกของคนส่วนใหญ่หรือไม่ โดยที่พรรคการเมือง นักวิชาการ นักคณิตศาสตร์ และประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ก็คงไม่สามารถใช้อำนาจทางกฎหมายใด ไปทัดทานได้ แต่ต้องขอเตือนนะคะ การดำเนินการใดๆของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่รัฐจะบังคับใช้กฎหมาย โดยละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฏหมายสุงสุดของประเทศไม่ได้ สำหรับเรื่องการนับจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้นำจำนวน สส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ไปจัดสรรให้พรรคการเมืองที่ได้ สส.เขต น้อยกว่า สส.พึงมี ตาม ม.91(2) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตาม ม.91(2) ดังนั้นไม่ว่า กกต.จะพยายามหยิบเอาสูตรใด? ตามความคิดหรือการสั่งการของใคร? หรือดำเนินการตามกฎหมายอื่นใด เพื่อมาใช้ในการคำนวณ เมื่อได้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ต้องนำกลับไปเทียบกับรัฐธรรมนูญดูด้วยว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นขัดต่อถ้อยคำในรัฐธรรมนูญหรือไม่? ขอย้ำอีกครั้งว่า รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่า การจัดสรร ส.ส.ให้พรรคการเมือง ต้องไม่มีผลให้พรรคฯใดมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตาม ม.91(2) ดังนั้น ส.ส.ที่แต่ละพรรคการเมือง จะได้รับ จะมีมากกว่าจำนวน ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2) ที่กำหนดจำนวนพึงมีไว้จนถึงทศนิยม 4หลัก ไม่ได้!! หากมีผลลัพธ์ใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณจากกฎหมายลูกฉบับใด และฟังวิธีการจากผู้ใดมา ก็ไม่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศได้ ยิ่งเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นต่อกกต. มากเท่าไหร่ การดำเนินการของกกต.ยิ่งต้องรัดกุม และปฏิบัติโดยรอบคอบ รัดกุม ที่สำคัญต้องไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย โดยเฉพาะสิ่งที่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศค่ะ การคืนความสุข คืนประชาธิปไตยให้คนไทย ผู้มีอำนาจไม่ควรคิดที่จะสืบทอดอำนาจต่อ และส่งตัวเองลงเล่นในสนามแบบผู้มีอำนาจพิเศษ…

Read More

เสียงมวลชนโห่ไล่ดังสนั่น ศรีวราห์ ถึง สน.ปทุมวัน เข้าสอบสวน ธนาธร คดีม.116 ด้วยตัวเอง

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 62 เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันว่า ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจนายธนาธน จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เดินทางเข้าใจปากคำตามหมายเรียก ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และมาตร 189 ช่วยเหลือหรือให้ที่พำนักผู้ต้องหา กรณีช่วยนายรังสิมันต์ โรม นักกิจกรรมทางการเมือง หลบหนีระหว่างการชุมนุมประท้วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2558 โดยประชาชนและผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางมาที่ สน.ปทุมวันตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งบางส่วนได้สวมเสื้อสีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำพรรค และบางส่วนได้สวมเสื้อรูปนายธนาธร พร้อมข้อความ 6 April #savethanathorn พร้อมกันนี้ยังมีการแสดงออกสัญลักษณ์ เช่น การนำปี๊บระบุชื่อ กกต.มาคลุมหัว โดยด้านหลังมีภาพงูเห่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีแกนนำพรรคอนาคตใหม่มาให้กำลังใจ อาทิ น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค และยังมีเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมนักนักศึกษา นางพะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด พร้อมบุตรชายมาให้กำลังใจด้วย โดยก่อนที่นายธนาธรจะมาถึง ประชาชนได้ถือภาพนายธนาธร พร้อมร้องตะโกนว่า เซฟธนาธร พร้อมส่งเสียงเชียร์เป็นระยะๆ ทั้งนี้ ผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่บางคนระบุว่า ลางานมาครึ่งวัน เพื่อมาให้กำลังใจธนาธร ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรัดกุม โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก จากนั้น เวลา 9.50 น. นายธนาธรเดินทางมาถึงสน. ปทุมวันเพื่อให้ปากคำตามหมายเรียกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และมาตรา 198 ช่วยเหลือช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหา โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนให้ให้การต้อนรับมอบดอกไม้และตะโกนให้กำลังใจ โดยนายธนาธร ถือไมโครโฟนประกาศกับประชาชนว่า เราทุกคนที่มาอยู่ที่นี่ต่างรักความเป็นธรรม รักความสงบ และไม่อยากให้มีใครมาฉวยโอกาสนี้สร้างสถานการณ์ก่อให้เกิดความวุ่นวาย เพราะพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่คนแบบนั้น ดังนั้นขอให้ทุกคนที่มาให้กำลังใจในวันนี้อย่าเข้าไปภายในสถานีตำรวจ เพราะไม่มีความจำเป็น และไม่มีใครต้องการให้วันนี้กลายเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี อย่างไรก็ตามตนขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ

Read More

ร่วมมือกับพลังประชารัฐ ถาวร ย้ำเกือบ100% อยากร่วมรัฐบาล เพื่อความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง

สืบเนื่องจากกรณีที่นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ส่งข้อความเข้าไปในไลน์กลุ่มของ ส.ส.ปชป. เพื่อเชิญชวนมาพูดคุยหารือ ในวันที่5 เม.ย.62 เวลา 09.30น. ที่พรรค อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ชั้น 3 ซึ่งเป็นการเชิญชวนสมาชิก ส.ส.ทุกท่าน โดนไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นใคร ส.ส.ที่สอบได้ และส.ส.ที่สอบตก รวมไปถึง ส.ส.ที่จะต้องสอบใหม่ เพื่อพูดคุยหารือแนวทางของพรรค ปชป.ถึงทิศทางในอนาคต ล่าสุดภายหลังการหาลือนานกว่า 4 ชั่วโมง   นายถาวร กล่าวว่า วันนี้เราหารืออย่างไม่เป็นทางการมีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน ความเห็นจากการรับฟังประเด็นสำคัญ คือจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์อยากร่วมรัฐบาล ที่สำคัญเกือบครึ่งของที่ประชุมต้องการให้ประกาศท่าทีในนามพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนวันที่ 9 พ.ค.นี้ เพราะเห็นว่าขณะนี้ใกล้งานพระราชพิธีสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันที่เราเทิดทูนอย่างสูงยิ่ง แต่การร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง เราไม่คำนึงถึงการต่อรองตำแหน่ง แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือ นโยบาย แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน การตัดสินใจนำเสนอของทุกท่านที่ต้องการให้ร่วมรัฐบาลต้องการให้ชาติอยู่รอด ต้องการให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ได้เห็นแก่ตำแหน่งหรือพรรค แต่เห็นแก่ชาติบ้านเมือง อันเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน ที่อยากเห็นความสงบเกิดขึ้น จัดตั้งรัฐบาลได้ เมื่อถามว่า ใครจะเป็นผู้ประกาศท่าทีร่วมรัฐบาล นายถาวร กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ สามารถเชิญอดีตส.ส.ปี 54 และว่าที่ส.ส.เพิ่มเข้ามาในปี 62 รวมทั้งกรรมการบริหารชุดรักษาการของพรรค รวมทั้งองค์ประชุมที่ข้อบังคับพรรคเขียนเอาไว้มาประชุมกันได้ ตนไม่อยากประเมิน แต่เท่าที่ฟังความต้องการประชาชนและผู้มาแสดงความเห็นในวันนี้ต่างเรียกร้องตรงกันและพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า นี่เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เป็นความต้องการของเขา เมื่อถามอีกว่าหากกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการไม่เห็นด้วยในการร่วมรัฐบาล นายถาวร กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่กันด้วยเหตุผล เรานำเอาผลการประชุมวันนี้ ส่งให้กรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการรับทราบ ถึงแนวทางของการประชุมไว้ก่อน ซึ่งคงใช้ดุลพินิจแบบมีวุฒิภาวะ อย่าตกใจ อย่าคาดการณ์ แต่นักการเมืองของประชาธิปัตย์ จะคำนึงถึงความอยู่รอดของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประโยชน์ประชาชน การเข้าร่วมรัฐบาล…

Read More

เอาแล้วไง ศรีสุวรรณ ชี้กฎหมาย มีรองรับ ประชาชนสามารถ ล่าชื่อ ถอดถอน ผบ.ทบ.ได้

ศรีสุวรรณ

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้กล่าวในที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกถึงกรณี การล่ารายชื่อ ผ่านเว็บไซต์ Change ถอดถอนตนว่า “ขอให้ปล่อยไปเถอะ เพราะผมโดนมาเยอะแล้ว และผมก็ไม่ใช่นักการเมือง และในทางกฎหมายผมก็ไม่ได้อยู่ในข่ายที่จะถอดถอนได้” และโฆษกและรองโฆษกกองทัพบก ได้ร่วมกันแถลงเมื่อวันที่ 4 เมษาที่ผ่านมาว่า กิจกรรมของชาวโซเชียลดังกล่าวเป็นเป็นไปไม่ได้ ไม่มีผลทางกฎหมาย เป็นแค่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในแง่ของความรู้สึก เป็นเพียงการปลุกกระแสที่คาดหวังว่าให้เป็นอย่างโน้น อย่างนั้น ไม่ใช่วิธีที่คนไทยควรจะเป็นนั้น การกล่าวและแถลงในลักษณะเช่นนั้น ส่อให้เห็นถึงการไม่รู้หรือไม่เข้าใจบริบทของกฎหมายอย่างแท้จริงของ ผบ.ทบ.และทีมโฆษกกองทัพบก เพราะการล่ารายชื่อหรือเข้าชื่อถอดถอนนั้นกฎหมายไม่ได้กำหนดให้สามารถทำได้แต่เฉพาะนักการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถทำได้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐและพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน รวมทั้งตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก็สามารถทำได้ เป็นสิทธิของประชาชนเต็มร้อย มีกฎหมายรองรับ ซึ่งก็คือ รัฐธรรมนูญ 2560 ม.234(2) ประกอบ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ม.28(2) และ ม.32(1) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ป.ป.ช.มีอำนาจหน้าที่ในการไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐใด กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฯลฯ ประชาชนสามารถร้องเรียนเพื่อให้ ป.ป.ช.สอบสวนหรือไต่สวนได้ เพื่อนำไปสู่การเสนอมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ให้ปรับปรุงการปฏิบัติราชการของหน่วยงานรัฐ นั่นก็คือ กระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ซึ่งหมายถึง การโยกย้าย ผบ.ทบ.ออกจากตำแหน่งเสียก็ได้ ทั้งนี้ ผบ.ทบ. ต้องยอมรับความจริงว่า ได้ใช้วาทกรรม ที่อาจสร้างความไม่พอใจ ของประชาชนบางส่วน ในสังคมมา มากมายหลายต่อหลายครั้ง ทั้งๆที่วาทกรรมเหล่านั้น อาจไม่ใช่หน้าที่ในตำแหน่งราชการของ ผบ.ทบ. ตามที่ พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 และพรฏ.แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม 2552 บัญญัติไว้แต่อย่างใด ประชาชนจึงมีสิทธิที่จะล่ารายชื่อเพื่อนำไปสู่การถอดถอนได้

Read More

งานเข้า กลุ่มประชาชน ร้อง กกต.ยุบพรรคเพื่อไทย เพราะทักษิณ ครอบงำ พูดกับสื่อนอก

ทักษิณ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสุรวัชร สังขฤกษ์ ในฐานะกลุ่มการเมืองภาคประชาชน เข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ยุบพรรคเพื่อไทยโดยเร่งด่วน เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เนื่องจากพรรคปล่อยให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางพรรค เข้ามาครอบงำ สั่งการพรรคเพื่อไทย ทักษิณ ชินวัตร โดยเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่นายทักษิณ ได้กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะแพ้ไม่ได้ และมีการกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งตนเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีความผิดตามมาตรา 28 ของกฎหมายพรรคการเมือง จึงจำเป็นต้องยื่นให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบ โดยขอให้เร่งดำเนินการยุบพรรคก่อนที่จะมีการประกาศรับรอง ส.ส. โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีคะแนนเลือกตั้งอันดับที่ 2 ด้วยคะแนน 7,920,630 คะแนน และมีส.ส.แบบเขต 137 ที่นั่ง

Read More

นศ.ราชภัฏพิบูลสงคราม เอาด้วย ตั้งโต๊ะล่าชื่อถอด กกต.

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ใต้ตึก Library มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม นักศึกษากลุ่มเครือข่ายเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ตั้งโต๊ะนำแผ่นกระดาษ มาให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้สามารถลงมาความคิดเห็น รวมทั้งลงชื่อถอดถอน กกต. ผ่านเว็บไซต์ https://www.change.org/ จากนั้นแกนนำกลุ่มเครือข่ายเยาวชนเพื่อประชาธิปไตยได้แถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ 1.ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงของข้อมูลการเลือกตั้งต่อสาธารณชน โดยเปิดเผย โปร่งใส ตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบได้ในทุกระบวนการในการจัดการเลือกตั้ง 2.หากมีความผิดพลาดในการตรวจนับคะแนน ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแสดงความรับผิดชอบดังกล่าว นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย ยังได้เรียกร้องต่อทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม โดยขอให้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อนุญาตให้นักศึกษาทำกิจกรรมถอดถอนรายชื่อ กกต. ในนามนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อย่างเต็มภาคภูมิ ให้ทางมหาวิทยาลัยมีการคุ้มครองสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยฯ ทุกรูปแบบ และ ขอเรียกร้องให้ทางสภานักศึกษาหรือองค์กรนักศึกษา แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2562 ทั้งนี้ ทางกลุ่มเครือข่ายเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดให้นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ลงรายชื่อ ถอดถอน กกต. ได้ตลอดช่วงบ่าย โดยมีนักศึกษา อาจารย์ พนักงาน และประชาชนทยอยมาลงชื่อ

Read More