ร่ำไห้ระงม ลูก 1 ขวบ ถูกต้นทุเรียนล้มทับ ซ้ำเงินทำศพยังไม่มี

0
ต้นทุเรียนทับ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 63 หน่วยกู้ภัยพะโต๊ะรับแจ้งว่า มีเด็กโดนต้นทุเรียนล้มทับเสียชีวิต โดยเหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 15 พฤษภาคม 63 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลพะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร พบหน่วยกู้ภัยพะโต๊ะตระเวนหาโลงศพ เพื่อนำมาใส่ร่างของ ด ช เอ (นามสมมุติ) วัย 1 ขวบ 10 เดือน ก่อนจะนำร่างไปยังวัดฟาติมะ เพื่อปรึกษากับชาวบ้านที่ใจบุญในการจัดบำเพ็ญกุศลศพของ ด.ช.เอ ที่เสียชีวิตในช่วงหัวค่ำจากการถูกต้นทุเรียนล้มทับ

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเวลา 18:00 น. วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่บ้านลางตาง หมู่ที่ 19 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เป็นหมู่บ้านที่อยู่บนภูเขาสูงท่ามกลางป่าขนาดใหญ่รอยต่อ จ.ชุมพร และจ.ระนอง ห่างจากถนนสายหลังสวน-ราชกรูด ประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นสวนทุเรียน สวนมังคุดขนาด 40 ไร่

นางสาวศิริลักษ์ อายุ 22 ปี นายวรุฒ โคตะบิน อายุ 28 ปี พ่อและแม่ ของด ช เอ นางนุจรินทร์ โคตะบิน อายุ 48 ปี นายไสว โคตะบิน อายุ 52 ปี ย่าและปู่ เป็นชาวบ้าน ต.นาหว้า อ.นาหว้า จังหวัดนครพนม นำร่างของ ด.ช.เอ ในสภาพหมดสติไม่รู้สึก ส่งโรงพยาบาลพะโต๊ะ แต่เมื่อมาถึงมือแพทย์พบว่าเสียชีวิตก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้ทั้ง 4 ถึงกับปล่อยโฮด้วยความเสียใจ

นางนุจรินทร์ ซึ่งเป็นย่าของด ช เอ เล่าว่า ในช่วงเย็นหลังจากเสร็จภารกิจในสวนทุเรียนของ นางอำพัน ยุติมิตร อายุ 50 ปี เจ้าของสวนทุเรียนสวนมังคุด คนในครอบครัวทั้งหมดพากันไปปีนต้นสะตอบนภูเขาใกล้สวนทุเรียน เพื่อเก็บสะตอมาทำอาหาร ด ช เอบอกนางนุจรินทร์ว่าปวดท้องอุจจาระ ย่าจึงพาไปนั่งใต้ต้นมังคุด

เมื่อเสร็จแล้ว ได้เดินจูงมือ ด ช เอ กลับไปหาพ่อแม่กำลังเก็บสะตอ เมื่อเดินมาได้สักพัก ด ช เอ พูดขึ้นตามประสาเด็กที่เริ่มหัดพูดว่า “ไปเอามือถือพ่อมาเล่น” พูดยังไม่ทันขาดคำ ต้นทุเรียนหมอนทองขนาดยาวกว่า 5 ม. ใหญ่เท่า 1 คนโอบ ซึ่งยืนตายซากริมทางเดินก็ล้มทับลงบนร่างของด ช อย่างแรง จนหน้าคว่ำลงกับพื้นดิน ได้ยินเสียงสำลักของด ช เอ ย่าถึงกับช็อก

เมื่อตั้งสติได้ จึงส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ นางอำพันเจ้าของสวนรีบนำรถกระบะมานำร่างของด.ช.เอส่ง โรงพยาบาลพะโต๊ะที่ห่างไปจากจุดเกิดเหตุถึง 40 กม. แต่ด ช เอ แน่นิ่งไปก่อนที่รถจะออกจากสวนทุเรียน เมื่อถึงรพ.พะโต๊ะแพทย์บอกว่า ด ช เอเสียชีวิตแล้ว

นางนุจรินทร์ และนางสาวศิริลักษ์ ตกลงกันว่าจะนำศพของด ช เอกลับไปยัง จ.นครพนมบ้านเกิด เพื่อบำเพ็ญกุศลศพ แต่เมื่อทราบค่าใช้จ่ายในการขนศพกลับไปจ.นครพนม ถึงกับเขาอ่อน

เนื่องจาก ในครอบครัวมีเงินเพียง 70 บาทเท่านั้น สร้างความสลดใจแก่ชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์ จึงพยายามพูดให้ครอบครัวจัดบำเพ็ญกุศลศพที่วัดฟาติมะ ในอ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร หลังจากพ้นสถานการณ์โควิดแล้ว และมีเงินเหลือจึงค่อยนำกระดูกของ ด ช เอ กลับไปทำบุญที่บ้านเกิดอีกครั้ง

แต่ก็เกิดเรื่อเศร้าขึ้นอีก เมื่อไม่มีเงินซื้อโลงศพและเช่าโลงแอร์ หน่วยกู้ภัยพะโต๊ะจึงเข้าช่วยเหลือไปขอโลงศพสำหรับศพไร้ญาติจากวัดแห่งหนึ่ง ในอำเภอพะโต๊ะ และได้รับความเมตตาจากร้านให้เช่าโลงแอร์ให้ยืมโลงแอร์โดยไม่คิดเงิน รวมถึงนางอำพันเจ้าของสวนทุเรียนที่ออกค่าบำเพ็ญกุศลศพให้จำนวนหนึ่ง

นางนุจรินทร์ บอกว่า ครอบครัวหมดเงินไปกับการหว่านนาข้าวและเดินทางมายัง จังหวัดชุมพร เพื่อรับจ้างทำงานไม่ทันที่จะได้ค่าจ้าง และเหลือเงินทั้งครอบครัวเพียง 70 บาทเท่านั้น เมื่อชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์ได้ยิน ถึงกับช่วยกันบริจาคเงิน เพื่อทำบุญช่วยครอบครัวด.ช.เอ คนละเล็กละน้อยเพื่อใช้ในการบำเพ็ญกุศลศพ

ขอบคุณที่มา ข่าวสด