คลังเตรียมตรวจย้อนหลัง ใครลงทะเบียนมั่ว ส่งทีมสอบ

0
คลัง

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นดราม่าร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังจากที่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา รัฐฯเริ่มที่จะทยอยโอนเงินมาตรการช่วย 5,000 บาท 3 เดือน ที่เปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 63 ที่ผ่านมา ให้กับประชาชนไปบ้างแล้ว

แต่กลับมีหญิงสาวรายหนึ่ง โพสต์ข้อความว่า เธอได้รับเงิน 5,000 บาทแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตเข้าไปถล่มเธออย่างหนักหน่วงคือข้อความที่เธอโพสต์นั้น บอกว่า 5 พันบาทก็แค่เศษเงิน ซึ่งหญิงสาวคนนี้เขียนข้อความระบุว่า 5 พันเข้าบัญชีแล้วค่ะ ก็แค่เศษเงินหลังตู้เย็น เหอะ งานนี้ทำเอาทัวร์ลงจนสาวรายนี้ต้องรีบลบโพสต์ดังกล่าวออกไปแทบไม่ทัน

ล่าสุด นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สศค. และโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่มีการแชร์กันในโซเชียลมีเดีย กรณีผู้ขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท แล้วโพสต์ว่าได้รับเงินแล้ว ทั้งที่ความเป็นอยู่ดี ใช้สินค้าแบรนด์เนมนั้น ตนได้รับทราบข่าวแล้ว และจะมีทีมงานเข้าไปตรวจสอบ ต้องดูเป็น 2 กรณี ว่าคนที่โพสต์นั้น ได้รับเงินเยียวยาจริงหรือไม่ ถ้าโกหกว่าได้เงินแล้วโพสต์ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ส่วนถ้าได้รับเงินเยียวยาจริงแล้วโพสต์และรวมถึงคนอื่นที่ทำในลักษณะนี้

ทางสศค.ขอเรียนว่า มีกระบวนการตรวจสอบย้อนหลังในฐานข้อมูล ถ้าพบว่าไม่เข้าเกณฑ์หรือโกหก จะต้องดำเนินการริบเงินเยียวยาคืนภายใน 90 วัน ตามจ้อตกลง เพราะระบบจะมีการตรวจสอบย้อนหลัง ถือเป็นการทำงานในขั้นตอนปกติ คำถามว่าถ้าเราตรวจสอบข้อมูลในชั้นลึกตั้งแต่แรกๆ เกรงว่าจะช้าเกินไป เพราะลอตแรกมีจำนวนถึง 1.6 ล้านคน

คนที่เดือดร้อนจริงจะได้รับเงินช้าตามไปด้วย จึงได้อนุมัติไปก่อน แต่ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบย้อนหลังแน่นอน และยังได้ย้ำว่าก่อนลงทะเบียนอยากให้ผู้ลงทะเบียนอ่านข้อกำหนดให้ดี โดยเฉพาะข้อ 2.5 และยังไม่มีนโยบายปิดระบบ และจะมีรอบลงทะเบียนเก็บตกให้ด้วย

ทั้งนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่เป็นกรรมกรก่อสร้าง และมีการแชร์ในโซเชียลมีเดียว่าตกสำรวจนั้น ผอ.สศค.เรียนชี้แจงว่าโครงการเยียวยานี้ จะเยียวยากลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการแก้ปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาลเท่านั้น

ซึ่งธุรกิจก่อสร้างรัฐเองไม่ได้ทีคำสั่งห้ามให้ดำเนินธุรกิจในระยะนี้ จึงอยากให้เข้าใจในหลักการเสียก่อน แต่ยืนยันว่าตอนนี้ได้รับรายงานแล้ว และจะหามาตรการช่วยเหลือต่อไป รวมถึงกลุ่มอื่นๆด้วย เพราะเจ้าหน้าที่กำลังศึกษาอยู่

อย่างไรก็ดี ข้อท้วงติงจากกลุ่มอื่นๆ อย่างชาวเกษตรกรอีกกว่า 17 ล้านคน รัฐมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว และขอให้รอมาตรการที่รัฐกำลังจะออกมาต่อไป ยืนยันว่าจะดูแลให้ครบทุกกลุ่ม