แจกสูตรน้ำมะขาม ล้างลำไส้ ทานง่าย ถ่ายคล่อง วิตามินสูง ใครถ่ายยากต้องลองสูตรนี้เลย

น้ำมะขาม

แจกสูตรน้ำมะขาม มะขาม เป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดี บางบ้านมีต้นมะขามปลูกไว้เพื่อความน่าเกรงขามของผู้อยู่อาศัยด้วยซ้ำด้วยซ้ำ เมื่อผลมันเก็บกินได้

นอ กจา กจะเอาไปทานเล่นให้อร่อยลิ้นแล้ว อยากจะแนะนำให้ลองเอามาทำเป็นน้ำสมุนไพรดื่มกัน การดื่มน้ำมะขามช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและถ่ายง่ายสุดๆ ใครอยากท้องโล่งคงต้องเอาสูตรน้ำมะขามไปชงกินกันแล้ว ไม่ยาก…ตามนี้เลยค่ะ

คุณค่าทางยาของมะขาม

1.มี Vitamin A ช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็น

2.มีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูก

3.แก้กระหายน้ำได้ดีในหน้าร้อน

4.มีกรดมทาร์ทาริคและซิตริก ช่วยช่วยปรับอุณภูมิในร่างกายให้เย็นลง

5.เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนัก

6.ขับเสมหะ แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ

7.เป็นยาระบายท้อง แก้ท้องผูก ท้องเดิน

8.ถ่ายพยาธิลำไส้

9.มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน

ด้ว ยเห ตุนี้ เราจึงเลือกเอาน้ำม ะขา ม มาเป็นตัวช่วยในการขับถ่าย ช่วยแก้ท้องผูก ถ่ายง่าย ถ่ายคล่อง เรียกว่ายาระบายยี่ห้อไหนๆก็สู้ไม่ได้แน่ๆ เพราะมะขามเป็นของดีจากธรรมชาติ

ใครที่กำลังมีปั ญห าเรื่อ งการขับถ่าย มาจดสูตรน้ำมะขามไปลองชงกินเองที่บ้านดีกว่า ทั้งอร่อย ได้วิตามิน และช่วยเร่งการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี วิธีทำก็ไม่ยากดังต่อไปนี้ค่ะ

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

1.มะขามเปียก

2.เกลือ

3.น้ำตาลทรายแดง

4.น้ำสะอาด

วิธีทำ

1. นำมะขามเปียกไปล้างน้ำให้สะอาด

2. จากนั้นนำมะขามเปียกประมาณ 40 กรัม ที่ได้ไปแช่น้ำสะอาด โดยใช้น้ำจำนวน 240 กรัม แช่มะขามทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้มะขามเปื่อยยุ่ย

3. เมื่อครบ 30 นาที ให้บี้จนมะขามเปียกละลายออกจากฝัก แล้วใช้กระชอนที่กรองกะทิกรอง เอาเฉพาะน้ำมะขามเปียก ส่วนกากที่เหลือนำไปทิ้ง

4. นำเอาน้ำมะขามเปียกที่กรองได้ ไปใส่หม้อต้ม แล้วเทน้ำสะอาดที่เหลือลงไปอีก 400 กรัม ในการต้มใช้ไฟ ปานกลางถึงไฟแรง เมื่อน้ำเดือดจึงเบาไฟลง แล้วเคี่ยวสักพักประมาณ 5-6 นาที

5. เทน้ำตาลทรายแดงใส่ลงไปประมาณ 70-80 กรัม กวนให้น้ำตาลละลาย

6. จากนั้นจึงใส่เกลือป่นตามลงไปเล็กน้อย เคี่ยวน้ำมะขามเปียกสักครู่ ประมาณ 10-15 นาที ค่อยยกหม้อลงจากเตา

7. รอให้น้ำมะขามเย็น ใส่น้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

น้ำม ะข าม เป็นน้ำส มุนไพ รที่มีประโยชน์สารพัด ถ้าใครอยากได้รับประโยชน์ไปพร้อมกับความอร่อย ต้องไม่พลาดที่จะเอาเนื้อมะขาม มาทำเป็นน้ำดื่มกินกัน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก nanahealth และ bloggang

เรียบเรียงข้อมูลโดย : samunpraibann

Related posts